NICC
หน้าหลักเว็บไซต์สถาบันบำราศนราดูร > NICC > NICC >เกี่ยวกับหน่วยงาน
 

ประวัติหน่วยงาน

สืบเนื่องจากนโยบายการปฏิรูประบบสุขภาพ ซึ่งเน้นความสำคัญที่ประสิทธิภาพของการจัดระบบบริการสาธารณสุข และคุณภาพของการให้บริการของสถานบริการสาธารณสุขทุกระดับ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่ดีที่สุดตามเกณฑ์มาตรฐาน ตลอดจนเร่งรัดด้านการสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนทุกคน ตระหนักถึงความสำคัญของการมีสุขภาวะและมีคุณภาพชีวิตที่ดีจากการศึกษาเชิงพรรณนาในกลุ่มประชากรผู้ป่วยทั้งหมดที่รับไว้ใน โรงพยาบาล ณ.วันที่ศึกษา แบบ one-day point prevalence survey โดยผู้ร่วมวิจัยเป็นพยาบาลควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลที่เข้าร่วมการศึกษา เยี่ยมสำรวจผู้ป่วยและเก็บข้อมูลตามแบบบันทึกการเก็บข้อมูล ในเดือนมกราคม ค.ศ.2011 ในโรงพยาบาลระดับต่างๆ คือ มหาวิทยาลัย ศูนย์ ทั่วไปและชุมชนทุกภูมิภาคในประเทศไทยโรงพยาบาลที่เข้าร่วมการศึกษาครั้งนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 32 แห่ง แบ่งเป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย 2 แห่ง โรงพยาบาลศูนย์/ทั่วไป 9 แห่ง และโรงพยาบาลชุมชน 21 แห่ง มีผู้ป่วยในการศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 6,912 ราย ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัย HAI จำนวนทั้งสิ้น 506 ราย เท่ากับร้อยละ 7.3 ของผู้ป่วยทั้งหมด ความชุกของ HAI มีแนวโน้มไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ในระหว่างปีค.ศ. 1992 ถึง 2011 ซึ่งพบว่ามีความชุกของการติดเชื้อในประเทศไทยจากการสำรวจภาคตัดขวางในปี 2549 เฉลี่ยร้อยละ 6.9 มีอัตราการตายร้อยละ 9.7 นอกจากการสูญเสียชีวิตและการเจ็บป่วยแล้ว ยังเกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจเนื่องจากผู้ป่วยต้องนอนโรงพยาบาลนานเพิ่ม 11 วัน เฉพาะค่ายาต้านจุลชีพที่ใช้รักษา ปีละประมาณ 4,000 ล้านบาทแต่อย่างไรก็ตาม จากสภาพปัญหาการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง โรคติดเชื้อที่รุนแรง โรคติดเชื้ออุบัติใหม่ และโรคติดเชื้ออุบัติซ้ำตลอดจนโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลที่ มีแนวโน้มทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น นับว่าเป็นปัญหาหลักสำคัญในระบบบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศ อันก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งด้าน ชีวิต สุขภาพ เศรษฐกิจเป็นจำนวนมหาศาล และผลกระทบด้านอื่น ๆ ตามมาอีกนานับประการเพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว กระทรวงสาธารณสุขจึงแต่งตั้งคณะกรรมการการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อตามคำสั่งที่ 874/2546 และเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของบุคคลที่รับผิดชอบ กระทรวงสาธารณสุขจึงแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลแห่งชาติ ตามคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่ 665 /2554 โดยที่ประชุม NICC (National Infection Control Committee) ที่ปลัดกระทรวงเป็นประธาน คณะกรรมการฯ มอบให้ กรมควบคุมโรคเป็น Focal point ศูนย์กลางการดำเนินงานด้านวิชาการ เนื่องจากกรมควบคุมโรคมีพันธกิจหลักในด้านการควบคุม และป้องกันโรค ผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราเป็นกรรมการและเลขานุการ ทั้งนี้มอบให้สถาบันบำราศนราดูรเป็นที่ตั้งสำนักงานของคณะกรรมการการควบคุม โรคติดเชื้อในโรงพยาบาลแห่งชาติและเป็นผู้ดำเนินงาน สำหรับงบประมาณและอัตรากำลัง(บุคลากรเต็มเวลา) มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 3 ชุด

  1. คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล
  2. คณะอนุกรรมการพัฒนาบุคลกรด้านการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล
  3. คณะอนุกรรมการพัฒนาแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล

แผนงานควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลแห่งชาติมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างให้เหมาะสม ทั้งนี้แพทย์และพยาบาลควบคุมโรคติดเชื้อของสถาบันบำราศนราดูรจะเป็นผู้ประสานงานการดำเนินการของคณะกรรมการควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลแห่งชาติ โดย

  1. มีการกำหนดเป้าหมายของประเทศ การควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลเป็นงานสำคัญของทุกโรงพยาบาลและเป็นประเด็นสำคัญของการรับรองคุณภาพโรงพยาบาลโดยอ้างอิงมาตรฐานของประเทศและนานาชาติ
  2. เป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่จะให้บรรลุเป้าหมาย ดังนี้
    • ดำเนินการ / ประสานงานให้มีการจัดทำคู่มือแนวทางปฏิบัติระดับประเทศ เพื่อควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล
    • ดำเนินการ / ประสานงานให้มีการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จาก การเฝ้าระวังโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลทั่วประเทศ
    • ดำเนินการ / ประสานงานให้มีการจัดหลักสูตรอบรมเกี่ยวกับโรคติดเชื้อ ในโรงพยาบาลแก่บุคลากรทางการแพทย์ระดับต่างๆ ได้แก่ แพทย์ พยาบาล นักเทคนิคการแพทย์
    • ส่งเสริมการวิจัยเกี่ยวกับการควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล
    • Stakeholder ที่สำคัญภายนอกกระทรวงสาธารณสุข เช่น มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลเอกชน ชมรมและสมาคม รวมถึงราชวิทยาลัยต่างๆโดยการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญ งานศึกษาวิจัยบางเรื่อง สนับสนุนข้อมูลข้อความรู้ที่เกี่ยวข้อง
  3. มีโครงสร้างที่เชื่อมต่อจากระดับชาติลงไปสู่ระดับเขต ระดับจังหวัด อำเภอ ท้องถิ่นและพื้นที่ซึ่งตามโครงสร้างปกติยังไม่มีการดำเนินงานร่วมกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น แต่คณะกรรมการ NICCมีลักษณะเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการควบคุมโรคติดเชื้อของโรงพยาบาลต่างๆและจะผลักดันให้เป็นตัวชี้วัดหลักที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข จะใช้ประเมินการปฏิบัติงานของโรงพยาบาลต่อไป